สายรัด สายรัดพลาสติก

สายรัดพลาสติก

สายรัด สายรัดพลาสติก

สายรัด สายรัดพลาสติก (Plastic Strap)คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานรัดวัสดุสิ่งของหรือสินค้าต่างๆ สายรัดที่นำมาใช้จะมีหลากหลายประเภทมากมาย แต่กรณีสายรัดที่เป็นเฉพาะสายรัดพลาสติก จะมีอยู่ไม่กี่ประเภทที่ใช้ในงานด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เช่น สายรัดพีพี สายรัดไฮเดน สายรัดพีอีที สายรัดสำหรับงานบรรจุภัณฑ์

สายรัดพีพี(Polypropylene)

            สายรัดพีพี คือสายรัดพลาสติกประเภทหนึ่งที่มีการใช้งานมากที่สุดในงานแพคเกจจิ้ง สายรัดประเภทนี้จะถูกนำมาใช้สำหรับรัดสินค้าร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่นการใช้งานกับเครื่องแพคหรือเครื่องรัดกล่อง(Strapping Machine) งานประเภทนี้ได้แก่การรัดกล่องกระดาษ รัดไม้ หรือรัดถุงพลาสติก ฯลฯ แต่ก็มีการนำสายรัด พีพี. ไปใช้รัดสินค้าที่วางบนพาเลทแทนสายรัดไฮเดนด้วย เนื่องจากจำนวนหน่วยกิโลกรัมที่เท่ากัน สายรัดพีพี จะให้ความยาวกว่าสายรัดไฮเดนมาก

สายรัดไฮเดน(High-density Polyethylene)

           สายรัดไฮเดนผลิตจากเม็ดพลาสติกที่ใช้ก็คือ HD สายรัดประเภทนี้จะเหมาะกับรัดสินค้าบนพาเลทที่ต้องการความยืดหยุ่นบ้าง และเนื่องจากสายรัดแบบนี้จะมีความหนามากกว่าสายรัด พีพี การรัดกับเครื่องแพคจึงไม่สามารถทำได้ การใช้งานจึงต้องใช้เฉพาะอุปกรณ์เครื่องแพคมือโยก(ตัวหนีบ-ตัวโยก)เท่านั้น

สายรัดพีอีที(Polyester-PET)

             สายรัดประเภทนี้ใช้สำหรับงานที่ต้องการแรงดึงสูงมาก สายรัดประเภทนี้ถูกนำมาใช้แทนสายรัดเหล็กพืดที่มีน้ำหนักและใช้งานยากกว่าแต่สามารถรัดสินค้าที่มีขนาดใหญ่ใหญ่ได้เหมือนกัน เช่นการแท่งตะกั่ว หรือแท่งอลูมิเนียมบนพาเลท การรัดแผ่นไม้หรือแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ เป็นต้น การเลือกใช้สายรัดจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานโดยเปรียบเทียบกับขนาดของสินค้ารวมถึงความแน่นในการรัด

การเลือกใช้สายรัดที่ดีจะทำให้เกิดความคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด เพราะนอกจากผู้บริโภคจะได้สายรัดที่มีคุณภาพไปใช้กับตนเองแล้ว ยังจะได้ปริมาณ(จำนวนการรัดที่มากขึ้น)ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปด้วย

 

สายรัดพีพี
สายรัดไฮเดน
สายรัด พีอีที

มีผู้ใช้งานจำนวนมากที่มีความคิดว่าสายรัดที่ดีและคุ้มค่ามากที่สุดก็คือสายรัดที่มีราคาถูก แต่ความจริงแล้วจากการทดสอบมักจะพบว่า สายรัดที่มีราคาถูกก็คือสายรัดที่ผู้ผลิตทำการลดต้นทุน(Cost Reduction)นั่นเอง เพราะการทำให้สายรัดพลาสติกราคาถูกได้ ก็จำเป็นต้องลดต้นทุนในการผลิต แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ผลิตใช้วิธีการผลิตอย่างไรเพื่อลดต้นทุนสายรัดนั้น เช่นวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยการเปลี่ยนมอเตอร์แบบเทคโนโลยีสูงย่อมทำให้ค่าไฟลดลง แต่ผู้ผลิตต้องลงทุนมากกับราคามอเตอร์นั้น

               ดังนั้นผู้ผลิตบางรายจึงใช้วิธีผลักภาระให้กับผู้บริโภคแทน คือไปลดต้นทุนที่วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นการลดต้นทุนที่เอาเปรียบพอสมควร วิธีการก็คือหาวัสดุราคาถูกเข้าไปใช้แทนที่เม็ดพลาสติกเพื่อให้ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง เราจึงพบว่าสายรัดราคาถูกมักจะใช้สารลดต้นทุนมาเพิ่มแทนเม็ดพลาสติก เช่น เม็ดแคลเซี่ยม หรือแป้งขาวมาเป็นส่วนประกอบจำนวนมากเพื่อให้สายรัดมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง ผลที่ออกมาคือ สายรัดพลาสติกที่มีน้ำหนักเท่ากัน จะได้ความยาวของสายรัดไม่เท่ากัน

ทำไมจึงต้องใช้สารลดต้นทุนมาแทนที่เม็ดพลาสติก? คำตอบที่ตรงที่สุดก็คือ เพราะเม็ดพลาสติกเกรดดีจะมีราคาแพงนั่นเองปัจจุบันการรับรู้ของผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น การเปรียบเทียบในเรื่องความยาวของสายรัดจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ได้ถูกนำมาใช้จากผู้ใช้งานโดยตรงหลายราย ตัวอย่างของการทดลองของผู้บริโภค เกิดจากการนำสายรัดมาใช้รัดสินค้าที่บรรจุกล่องในงานประจำ ได้พบว่าการนำสายรัดที่คุณภาพต่างกันมารัดสินค้า จะทำให้ได้ปริมาณ(จำนวนกล่อง)ที่ไม่เท่ากัน เช่นสายรัดม้วน A น้ำหนัก 10 กิโลกรัม (ราคาม้วนละ 300 บาท รัดสินค้าได้ 100 กล่อง แต่สายรัด B น้ำหนักเท่ากัน(ราคา 250 บาท)อาจจะรัดสายรัดได้เพียง 50 กล่องเท่านั้น สิ่งที่สรุปได้อย่างหนึ่งคือ สายรัดที่ราคาถูกอาจจะไม่ถูกจริงก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าสายรัดนั้นผลิตมาจากอะไรมากกว่า

Uncategorized

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!